Categories
BLOG

แนะนำ สุดยอด 5 ร้านแซนด์วิชผลไม้ในโตเกียว

แซนด์วิชผลไม้แสนอร่อยที่ผสมผสานผลไม้หวานฉ่ำกับครีมสดนุ่ม ๆ น่าจะเป็นของโปรดของใครหลาย ๆ คนเลยใช่มั้ยคะ เป็นของหวานที่มีวางจำหน่ายทั่วไปโดยเฉพาะในร้านขนมญี่ปุ่น วันนี้เราจะมานำเสนอสุดยอดร้านแซนด์วิชผลไม้แสนอร่อยที่น่าไปตามรอยในโตเกียวกันค่ะ

Kajitsuen Libre

 

 

ร้านแรกคือ Kajitsuen Libre ในชินจูกุ มีผลไม้จัดเต็มทุกเมนู ทั้งพาร์เฟต์ผลไม้ แพนเค้กที่แสนขึ้นชื่อ แซนด์วิชผลไม้ และเค้กที่ตัดออกมาแล้วดูสวยงามน่ารักมาก แซนด์วิชผลไม้ของร้านนี้ใช้ผลไม้หลายประเภท อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ดูหรูหราน่าทานจริง ๆ

Banana Factory

 

 

ร้านต่อไปคือ Banana Factory อยู่ใกล้สถานี Oshiage เป็นร้านขนมหวานจากกล้วยโดยเฉพาะ แถมยังมีเมนูเครื่องดื่มจากกล้วยอีกมากมาย แน่นอนว่าแซนด์วิชผลไม้ที่ร้านนี้เน้นเลยก็คือแซนด์วิชกล้วย เมื่อตัดออกมาแล้วถ่ายรูปก็ดูเอิร์ธโทนสุด ๆ แต่ก็ยังมีผลไม้ตามฤดูกาลมาผสมบ้าง หลาย ๆ เมนูสามารถนำกลับบ้านได้อีกด้วย

PARLOR SHISHIDO

 

 

เป็นร้านขายผลไม้ใกล้สถานี Shimotakaido สามารถซื้อแซนด์วิชผลไม้ได้ที่ชั้น 1 ของร้านและนำกลับไปทานที่บ้านได้ นอกจากนี้ยังมีพาร์เฟต์ผลไม้ ที่นี่มีแซนด์วิชผลไม้มากกว่า 5 ชนิด ทั้งผลไม้ตามฤดูกาลและผลไม้ทั่วไป แถมยังมีขนาดใหญ่มาก เมื่อตัดออกมาแล้วก็ดูสวยงามจนไม่กล้าทาน แต่ถ้าได้ลองทาน ก็จะได้ลิ้มรสหวานจากผลไม้อย่างเต็มปากเต็มคำ

Fru-Full

 

 

 

เป็นคาเฟ่ผลไม้ยอดนิยมใน Akasaka ไม่เพียงแต่พาร์เฟต์ที่ทำจากผลไม้ตามฤดูกาลเท่านั้น แต่ฮ็อทเค้กเนื้อหนานุ่มก็เป็นที่นิยมด้วยอีกด้วย ที่นี่เราสามารถเพลิดเพลินกับแซนด์วิชผลไม้ที่มีหน้าตัดสวยงามของผลไม้ชิ้นใหญ่ มีให้เลือกทั้งแบบ full size 8 ชิ้นและ half size 4 ชิ้น แบบ full size นั้นเรียกได้ว่าทั้งใหญ่ทั้งเยอะจนควรแชร์กัน หรือจะซื้อกลับไปทานที่บ้านก็ได้เช่นกัน

Imano Fruits Factory

 

 

เป็นร้านขายผลไม้ใกล้สถานี Kayabachou มีทั้งน้ำผลไม้ เค้กและแซนด์วิชผลไม้ที่ยัดไส้เต็มไปด้วยผลไม้ชิ้นใหญ่สุด ๆ ใครที่ชอบทานผลไม้เยอะ ๆ ขนมปังน้อย ๆ รับรองว่าเต็มปากเต็มคำสะใจแน่นอน ร้านนี้ใช้ผลไม้ที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับฤดูกาล นอกจากสตรอเบอร์รี ก็ยังมีผลไม้หลากหลาย อย่างมะม่วงและเมล่อน ทานคู่กับครีมสดรสหวาน เป็นแซนด์วิชผลไม้ที่สุดยอดจริง ๆ

น่าทานทุกร้านทุกเมนูจริง ๆ ถึงแม้จะเป็นขนมที่ทำเองได้ง่าย ๆ แต่ก็เทียบกับแซนด์วิชของร้านเหล่านี้ไม่ได้เลย แบบนี้ต้องตามไปทานให้ได้ทุกร้านเลยล่ะค่ะ ^^    สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

Categories
BLOG

จัดอันดับ ขนมมันฝรั่งทอดที่ถูกปากถูกใจคนญี่ปุ่นมากที่สุด!

มีใครชอบทานแผ่นมันฝรั่งทอดเหมือนกันมั้ยคะ ถือเป็นขนมคลาสสิคที่เป็นที่ชื่นชอบมาอย่างยาวนาน และถึงแม้ว่าทานมาก ๆ อาจจะไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ก็อดใจไม่ได้ทุกที55555 เราลองไปดูการจัดอันดับกันค่ะ ว่ามันฝรั่งทอดยี่ห้อไหนที่คนญี่ปุ่นเทใจให้ว่าอร่อยที่สุด!

อันดับ 1 “Potato Chips Usushio Achi”

 

อันดับที่ 1 คือ “Potato Chips Usushio Achi” มีเนื้อสัมผัสที่กรอบและเบา มีรสเค็มปานกลางที่ช่วยดึงรสชาติของมันฝรั่ง ผลิตภัณฑ์นี้เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท Calbee ที่จำหน่ายมาอย่างยาวนาน ซึ่งได้ฉลองบริษัทครบรอบ 45 ปี ในปี 2020 ที่ผ่านมา และยังคงเป็นที่ชื่นชอบจนถึงทุกวันนี้ เคล็ดลับความอร่อยคือมันฝรั่งที่บริษัทและผู้ผลิตร่วมมือกันทำด้วยความใส่ใจพิถีพิถัน ตั้งแต่การเตรียมดินจนถึงการเก็บเกี่ยวและการส่งออกจำหน่าย จนกลายเป็นมันฝรั่งทอดแสนอร่อยที่ดีที่สุด เป็นรสชาติง่าย ๆ ที่สามารถเพลิดเพลินกับรสชาติดั้งเดิมของมันฝรั่งได้ ทำให้ผู้คนยังคงเทใจให้ผลิตภัณฑ์นี้  UFABET เว็บตรง

อันดับ 2 “Potato Chips Consomme Punch”

 

อันดับที่ 2 ยังคงเป็นของ Calbee กับ “Potato Chips Consomme Punch” ซึ่งใช้เครื่องเทศลับเป็นผงซุปคอนโซเม่ที่แสนอุมามิ จนได้ทั้งรสเนื้อสัตว์และผัก นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 1978 ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนมาอย่างยาวนานในเรื่องของรสชาติที่อร่อยถูกปากไม่มีเบื่อ แม้จะปรุงรสด้วยเครื่องปรุงรสที่เข้มข้น แต่ก็ยังใช้ผงบ๊วยเป็นส่วนผสมลับ ทำให้ยังมีรสชาติที่สดชื่นหลงเหลืออยู่ในปาก นอกจากนี้ ยังคงมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เช่น เปลี่ยนส่วนประกอบของเครื่องปรุงรสตามยุคสมัย ทำให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการสนับสนุนมาอย่างช้านาน

อันดับ 3 “Potato Chips Norishio”

 

ต่อมาคือ “Potato Chips Norishio” ของบริษัท KOIKE-YA โดดเด่นด้วยความเค็มกำลังดี กับรสชาติของสาหร่ายและผักกาดทะเล ติดอยู่ในอันดับ 3 ผลิตภัณฑ์นี้มีประวัติอันยาวนานตั้งแต่วางจำหน่ายในปี 1962 เริ่มจาก Kazuo Koike ผู้ก่อตั้งบริษัท เขาได้ทานมันฝรั่งทอดที่ร้านอาหารซึ่งในตอนนั้นมันฝรั่งทอดยังไม่ใช่ขนมที่เป็นที่นิยมนัก เขารู้สึกประทับใจ จึงได้เกิดไอเดียในการนำมาปรับรสชาติให้เหมาะกับคนญี่ปุ่น ในปี 1967 ผลิตภัณฑ์นี้เป็นที่รู้จักในฐานะมันฝรั่งทอดที่มีประวัติยาวนานและประสบความสำเร็จจนกลายเป็นแมสโปรดักซ์เป็นครั้งแรกในญี่ปุ่น และเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนมากมายมานานกว่าครึ่งศตวรรษ

อันดับที่ 4 – 10 มีดังนี้ค่ะ

อันดับ 4 : Kata-age Potato Usushio Achi (Calbee)

 

อันดับ 5 : Potato Chips Norishio (Calbee)

 

อันดับ 6 : Pizza Potato (Calbee)

 

อันดับ 7 : Kata-age Potato Black Pepper (Calbee)

 

อันดับ 8 : Potato Chips Shiawase Butter (Calbee)

 

 

อันดับ 9 : Potato Chips Usushio Achi (KOIKE-YA)

 

อันดับ 10 (คะแนนเท่ากัน) : Potato Chips Consomme W Punch (Calbee), Chip Star Consomme (YAMAZAKI-BISCUITS), Potato Chips Rich Consomme (KOIKE-YA)

 

 

 

สรุปเนื้อหาจาก ranking.goo

Categories
BLOG

เปิดแค่ 2 วันต่อสัปดาห์เท่านั้น! “Yume no Naka no Kaji” ร้านขนมปังจากแป้งข้าวเจ้า homemade ในเกียวโต

ถ้าพูดถึงเกียวโต เพื่อน ๆ นึกถึงอะไรกันบ้างคะ น่าจะต้องมี ชาเขียว กิโมโน ใบไม้เปลี่ยนสี วัดคิโยะมิซึ แน่ ๆ เลย แต่อยากจะบอกว่าที่เกียวโตไม่ได้มีดีแค่นั้นนะคะ ยังมีร้านขนมปังเล็ก ๆ ที่สามีภรรยาเจ้าของร้านเอาใจใส่ทุกองค์ประกอบอย่างร้าน Yume no Naka no Kaji (หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า งานบ้านในฝัน) อยู่ด้วย ขนมปังของร้านนี้ทำจากแป้งข้าวเจ้า homemade และเปิดเพียง 2 วันต่อสัปดาห์เท่านั้น เราไปดูความพิเศษของร้าน Yume no Naka no Kaji กันค่ะ

ขนมปังจากแป้งข้าวเจ้า homemade

 

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าร้านนี้เปิดแค่ 2 วันต่อสัปดาห์เท่านั้น นั่นก็คือ วันศุกร์และวันเสาร์ค่ะ ขนมปังของที่นี่ทำจากแป้งข้าวเจ้า homemade ซึ่งเจ้าของร้านเป็นคนปลูกข้าวสำหรับทำแป้งข้าวเจ้านั้นขึ้นมาเอง นอกจากขนมปังแล้ว แป้งที่ใช้ชุบเนื้อสัตว์ทอดและแป้งที่ใช้ทำไวท์ซอสสำหรับทานคู่กับขนมปังก็ล้วนเป็นแป้งข้าวเจ้าค่ะ ทางร้านบอกว่า ถ้าข้าวที่ปลูกผลผลิตไม่ดีหรือใกล้หมดสต๊อกก็ยอมที่จะปิดร้านไปยาว ๆ เลย ช่างเอาใจใส่ทุกรายละเอียดจริง ๆ นะคะเนี่ย

ร้านอันภาคภูมิใจของคู่สามีภรรยา

 

เจ้าของร้าน Yume no Naka no Kaji เป็นคู่สามีภรรยา โดยทางคุณภรรยาเริ่มหลงใหลในแป้งข้าวเจ้าตั้งแต่ปี 2010 จนทางคุณสามีกลับมาที่เมืองอายาเบะ ในจังหวัดเกียวโต และเริ่มทำนา เธอก็เริ่มคิดว่าจะทำขนมปังจากข้าวได้หรือเปล่านะ จึงลองฝึกทำดูและส่งไปขายที่ร้านขนมปังในเมืองโอสึและในตัวเมืองเกียวโต ซึ่งเป็นเมืองที่เธออยู่อาศัยในตอนนั้น ต่อมาเธอได้ย้ายมาอยู่ที่เมืองอายาเบะและเริ่มทำนาด้วยตัวเอง ในปี 2016 เธอจึงเปิดร้านขนมปังของตัวเองในเมืองอายาเบะนั่นเอง    สล็อตเว็บตรง

เมนูอันหลากหลายที่เอาใจใส่ทุกองค์ประกอบ

 

 

นอกจากจะคอยศึกษาการทำขนมปังจากแป้งข้าวเจ้าให้ออกมารสชาติอร่อยยิ่งขึ้นแล้ว ร้านนี้ยังขายเมนูอาหารที่เป็น gluten free สำหรับคนที่แพ้อีกด้วย เบคอนที่ใช้ในขนมปังเป็นเบคอนที่ไม่ใช้วัตถุกันเสีย อีกทั้ง เมนูก็มีหลากหลาย เพื่อเป็นตัวเลือกให้ทั้งคนที่ทานมังสวิรัติและคนที่ทานเนื้อสัตว์ ในช่วงกลางวันของวันเสาร์ร้านมักจะเต็มไปด้วยลูกค้าประจำมานั่งทานแพนเค้กและแฮมเบอร์เกอร์ของทางร้าน พร้อมทั้งจิบกาแฟที่คุณสามีคั่วเองกับมือไปด้วย เมื่อปีที่แล้ว ทางร้านได้คิดค้นเมนูใหม่เป็นซอฟต์ครีมจากแป้งข้าวเจ้าด้วยนะคะ ฟังดูน่าทานเชียวล่ะค่ะ

คู่สามีภรรยาเจ้าของร้านยังบอกอีกว่า พวกเขาไม่ได้สนใจเรื่องกำไรของร้านเลย ของจะเหลือก็ไม่เป็นไร พวกเขามั่นใจในรสชาติและอยากจะวางขายขนมปังที่ตัวเองชื่นชอบ ร้านนี้อัดแน่นไปด้วยสิ่งที่พวกเขาชอบและสิ่งที่อยากแสดงออก โอ้โห้ ช่างเป็นเจ้าของร้านที่เปี่ยมไปด้วย passion และความรักในขนมปังแป้งข้าวเจ้าจริง ๆ นะคะ ไว้ผ่านไปแถวเกียวโตเมื่อไหร่ อย่าลืมไปอุดหนุนกันได้ค่ะ

รายละเอียดร้าน Yume no Naka no Kaji
ที่อยู่ : Oota 3, Itsuaichou, Ayabe-shi, Kyoto
วันเวลาเปิดปิด : วันศุกร์และวันเสาร์ 10:00-17:00 (แพนเค้กและแฮมเบอร์เกอร์มีเฉพาะวันเสาร์เท่านั้น)
ในช่วงหว่านเมล็ดหรือช่วงเก็บเกี่ยวอาจต้องหยุดวันศุกร์ด้วยเป็นครั้งคราว

Categories
BLOG

สไมล์บอล หอมใหญ่พันธุ์ปรับปรุงที่มีรสหวานอร่อยและไม่ทำให้ต้องเสียน้ำตา!

หอมใหญ่เป็นผักที่คนญี่ปุ่นนิยมนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการปรุงเมนูอาหารหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นแกงกะหรี่ เมนูผัดกับเนื้อสัตว์ แฮมเบอร์เกอร์ญี่ปุ่น หรือรับประทานสดกับสลัดผัก แต่ปัญหาหลักของการนำหอมใหญ่มาปรุงอาหาร ที่ทุกคนต้องประสบก็คือการเสียน้ำตาในตอนที่หั่นหอมนั่นเอง แต่มีข่าวดีคือปัจจุบันในญี่ปุ่นมีจำหน่ายหอมใหญ่ไร้น้ำตาและมีรสชาติอร่อยในชื่อสไมล์บอล (スマイルボール) แล้ว มารู้จักหอมปรับปรุงพันธุ์นี้และคุณสมบัติที่น่าสนใจของมันกันค่ะ

หอมใหญ่สไมล์บอลและความเป็นมา

เมื่อประมาณ 20 ปี ก่อนเครือบริษัทเครื่องเทศและอาหารของ House Foods Group ได้พบปัญหาว่าเมื่อผัดหอมและกระเทียมหั่นด้วยกันเพื่อเตรียมเครื่องแกงกะหรี่ หอมและกระเทียมที่ผัดด้วยกันมักจะมีสีเขียวแทนที่จะเป็นสีน้ำตาลตามที่ต้องการ ตั้งแต่นั้นมาก็มีทีมวิจัยลงลึกเกี่ยวกับหอมใหญ่ และหนึ่งในข้อมูลที่ได้พบคือ เอนไซม์สำคัญที่เป็นสาเหตุให้เกิดน้ำตาในหอมใหญ่ คือ เอนไซม์อัลลิเนส (Alliinase) จะทำงานร่วมกับเอนไซม์อีกชนิดหนึ่งในการเปลี่ยนสารในหอมใหญ่ให้กลายเป็นก๊าซชนิดหนึ่ง เรียกว่า Syn-propanethial-S-Oxide ซึ่งเป็นก๊าซที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองของดวงตาและกระตุ้นให้ต่อมน้ำตาสร้างน้ำตาออกมา จากข้อมูลดังกล่าวทำให้เกิดความคิดปรับปรุงผสมพันธุ์จนได้พันธุ์หอมใหญ่ที่มีปริมาณเอนไซม์อัลลิเนสในปริมาณต่ำมากออกมา เรียกหอมใหญ่ชนิดนี้ว่า สไมล์บอล ซึ่งปัจจุบันปลูกได้ที่จังหวัดฮอกไกโดเพื่อจำหน่ายผลผลิตในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวที่ญี่ปุ่น

ลักษณะที่น่าสนใจของหอมพันธุ์สไมล์บอล

เวลาหั่นจะไม่ทำให้เสียน้ำตา

ด้วยว่าเอนไซม์เอนไซม์อัลลิเนสที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาการสร้างสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองตามีปริมาณต่ำ ทำให้ความสามารถในการเปลี่ยนสารในหอมใหญ่ให้เป็นก๊าซ Syn-propanethial-S-Oxide น้อยมาก เวลาหั่นหอมจึงไม่เกิดการระคายเคืองตาจนน้ำตาไหลออกมา

มีรสหวานไม่เผ็ด

หอมพันธุ์ปรับปรุงนี้จะมีรสหวานและไม่เผ็ด จึงเหมาะสำหรับการนำมารับประทานดิบเป็นสลัดหรือเครื่องเคียง อีกทั้งยังไม่หลงเหลือกลิ่นติดปากเหมือนหอมใหญ่ทั่วไป จึงเหมาะที่จะนำมารับประทานสดได้ในทุกมื้ออาหาร

คงปริมาณสารเควอซิทินไว้ได้มากกว่าหอมใหญ่ทั่วไป

สารเควอซิทิน (Quercetin) เป็นสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ที่มีฤทธิ์ในการป้องกันการอักเสบ ป้องกันแบคทีเรียและไวรัส ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกายและช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดเลี้ยงสมองได้ เป็นต้น หอมพันธุ์สไมล์บอลนั้นมีปริมาณสารเควอซิทินเท่ากับหอมใหญ่ทั่วไป แต่เวลาคนญี่ปุ่นนำหอมใหญ่ทั่วไปมารับประทานสด พวกเขามักจะนำมาหั่นและแช่น้ำก่อนเพื่อลดความเผ็ด การแช่น้ำจะทำให้สูญเสียสารเควอซิทินไปประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแตกต่างจากหอมสไมล์บอลที่ไม่มีรสเผ็ดสามารถนำมารับประทานได้เลยอย่างอร่อยและคงคุณค่าสารอาหารไว้ได้อย่างครบถ้วน    สล็อตเว็บตรง

 

หอมใหญ่สไมล์บอลเป็นผลพลอยได้จากความต้องการพัฒนาหอมใหญ่ให้มีสีน้ำตาลสวยงามเมื่อนำมาผัดกับกระเทียม การต่อยอดงานวิจัยจนพัฒนาได้หอมที่หั่นแล้วไม่เสียน้ำตา มีรสชาติหวานอร่อยไม่เผ็ด และมีคุณค่าสารอาหารที่ไม่ต่างจากหอมใหญ่ทั่วไป ก็เป็นแนวคิดที่ดีเพื่อพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรให้เป็นทางเลือกของผู้บริโภค  การทำงานวิจัยสอนเราได้ว่า บางครั้งคนเราไม่จำเป็นต้องจริงจังกับความพยายามที่ชนเพดานหรือชนฝาจนทำให้เกิดความเครียดและความท้อแท้ การมองหาทางเลือกอื่นแล้วค่อยปรับเปลี่ยนจุดประสงค์อาจจะทำให้เราโชคดีเจอความสำเร็จแบบไม่คาดคิดก็ได้

Categories
BLOG

MOS BURGER กับกลยุทธ์ “นำส่งเบอร์เกอร์แสนอร่อยสู่ย่านชุมชน”

คาดว่าหลายคนน่าจะรู้จักและเป็นลูกค้าของร้านเบอร์เกอร์สัญชาติญี่ปุ่นอย่าง MOS BURGER กันใช่ไหมคะ ร้าน MOS BURGER ถือกำเนิดขึ้นโดยผู้ก่อตั้งชาวญี่ปุ่นตั้งแต่ปี ค.ศ.1972 โดยมีจุดขายคือการใช้วัตถุดิบที่สะอาดปลอดภัย สดใหม่ และยังดีต่อสุขภาพ โดยจะมีการทำเบอร์เกอร์ชิ้นต่อชิ้นตามคำสั่งซื้อ แถมยังมีตัวเลือกอย่าง Rice Burger ที่ใช้ข้าวญี่ปุ่น หรือ Niku Burger (にくバーガー) ที่ใช้เนื้อบดทำเป็นแผ่นแทนขนมปังอีกด้วย

 

 

ด้วยจุดเด่นของแบรนด์ที่ถูกใจลูกค้าหลายๆ คน ทำให้ MOS BURGER ขยายร้านค้าเฟรนไชส์ไปทั่วญี่ปุ่นมากกว่า 1,200 สาขา (ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2021) รวมทั้งมีร้านอยู่ในหลากหลายประเทศ เช่น ไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย จีน ออสเตรเลีย เป็นต้น

ผลกระทบต่อร้านอาหารในช่วงโควิด-19

ในญี่ปุ่น ร้านอาหารเป็นกลุ่มธุรกิจหนึ่งที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมากในช่วงโควิด-19 เนื่องจากรัฐมีมาตรการให้ร้านอาหารปิดเร็วขึ้น หรือมีลูกค้ามานั่งรับประทานอาหารในร้านน้อยลง ทำให้ผลประกอบการของ MOS BURGER ในช่วงเดือนเมษายน – กันยายน 2021 ที่ผ่านมา แม้ว่ายอดขายจะฟื้นตัวขึ้นจากปี 2020 แต่ยังมีผลกำไรที่ไม่ดีนักหากเทียบกับปีก่อนหน้า อีกทั้งยังมีร้านค้าเฟรนไชส์ที่ทยอยปิดตัวไป จนจำนวนร้านที่เคยมีอยู่กว่า 1,500 สาขา ลดลงเหลือ 1,260 สาขาในเดือนมีนาคม 2021

 

นอกจากนี้ ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 อัตราส่วนของลูกค้าที่ซื้อกลับบ้านมีมากถึง 80% (จากปกติอยู่ที่ประมาณ 60%) ทำให้ทางบริษัทเกิดไอเดียเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้มากขึ้น

พาเบอร์เกอร์เข้าสู่ย่านชุมชน

MOS BURGER คิดโครงการเพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีของบริษัท โดยการเปิดตัว Kitchen Car MOS50 (キッチンカー MOS50) ที่มีลักษณะเป็นรถบรรทุกขนาดเล็ก ตกแต่งด้วยสีเหลืองสดใส แถมมีรูปเบอร์เกอร์และโลโก้ MOS50 อยู่บนตัวรถแบบเห็นเด่นชัด

 

 

Kitchen Car คันแรก เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2021 ที่ผ่านมา โดยลงหลักปักฐานอยู่ที่หน้าร้านขายชุดทำงานและสูทชื่อดังของญี่ปุ่นอย่าง Aoyama (洋服の青山) สาขา Otakugahara (大田久が原店) ในเมืองโตเกียว

 

ที่นี่จะมีเมนูพิเศษซึ่งไม่ได้มีขายที่หน้าร้านทั่วไปคือ 50th Mos Burger และ 50th Teriyaki Burger ที่ใช้เนื้อ American Angus และเนื้อไก่ชั้นดี อีกทั้งยังเพิ่มปริมาณเครื่องและขนาดของขนมปังให้แบบจัดเต็ม ในราคาเพียงชิ้นละ 680 เยน (ประมาณ 200 บาท)

นอกจากนี้ยังมีสินค้าที่ระลึกครบรอบ 50 ปี ให้บรรดาแฟนๆ ของ MOS BURGER ได้เลือกซื้ออีกด้วย

 

ทางบริษัท MOS BURGER ให้ข้อมูลว่า การขยายธุรกิจในรูปแบบของ Kitchen Car นี้สามารถเข้าถึงลูกค้าในย่านชุมชนที่อยู่อาศัย หรือแม้แต่ย่านออฟฟิศได้ง่าย สามารถเคลื่อนที่ย้ายตำแหน่งได้ และเหมาะพฤติกรรมลูกค้าที่ชอบซื้อกลับบ้านมากกว่า อีกทั้งใช้เงินลงทุนน้อย เรียกว่าลงทุนกับ Kitchen Car คันหนึ่งน่าจะสามารถคืนทุนได้ในเวลาประมาณ 3 ปีเท่านั้น

นอกจากนี้ ทางร้านชุดสูท Aoyama เองก็มองว่าการร่วมมือครั้งนี้ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เนื่องจากบริเวณหน้าร้าน Aoyama มักมีพื้นที่ว่างที่ไม่ได้ใช้งานอยู่แล้ว อีกทั้งโดยปกติลูกค้าคนหนึ่งไม่ได้แวะมาซื้อชุดทำงานหรือสูทกันบ่อยๆ แต่บางทีหากแวะมาซื้อเบอร์เกอร์ของ MOS BURGER ก็อาจจะแวะเวียนเข้ามาดูสินค้าที่ร้านบ้างก็ได้ จึงเป็นการเพิ่มปริมาณลูกค้าที่เข้ามาซื้อของในร้านได้มากขึ้นนั่นเอง

 

 

MOS BURGER มีแผนจะขยายจำนวน Kitchen Car อีกเรื่อยๆ ในปีนี้ โดยจะเน้นร่วมมือกับร้านค้าหรืออาคารที่มีพื้นที่ว่างด้านหน้าในรูปแบบเดียวกับร้าน Aoyoma และยังมีแผนจะไปขายตามงานเทศกาลหรืออีเวนท์ต่างๆ อีกด้วย    สล็อตเว็บตรง

จากนี้ไป เราอาจจะสามารถหาซื้อเบอร์เกอร์อร่อยๆ คุณภาพดีจาก MOS BURGER ที่ญี่ปุ่นได้ง่ายขึ้น และน่าจะมีเมนูเด็ดๆ หรือเมนูที่เป็น limited edition วางขายตาม Kitchen Car ให้เราได้ลองชิมกันแน่นอนค่ะ

Categories
BLOG

ท่องเที่ยวโอกินาว่าพร้อมเดินทางสะดวกสบายด้วยรถไฟ Yui Rail

ช่วงนี้กระแสโอกินาว่ากำลังมาแรงมากๆ เลย แล้วยิ่งเพิ่งจะมีข่าวดีให้คนไทยได้สามารถบินตรง กรุงเทพฯ – โอกินาว่า ได้แล้ว จากบทความ สายการบิน Peach เปิดให้บริการบินตรงโอกินาว่า-กรุงเทพฯ เริ่ม ก.พ. ปีหน้า! ครั้งนี้เรามาทำความรู้จักกับโอกินาว่าเพิ่มขึ้นกันสักหน่อยดีกว่า จะไปเที่ยวทั้งทีจะไม่รู้เกี่ยวกับวิธีการเดินทางภายในเมืองเลยก็ไม่ได้ใช่มั้ยล่ะคะ ครั้งนี้จะพาเพื่อนๆ ชาว ANNGLE ทุกคนไปรู้จักกับวิธีการเดินทางในเมืองโอกินาว่าด้วยรถไฟ Yui Rail ว่าแต่ เอ๊ะ.. มันคืออะไรล่ะ แล้วเขาให้บริการยังไงบ้าง มาค่ะ เดี๋ยวจะแนะนำให้รู้จักกันมากยิ่งขึ้น

Yui Rail รถไฟ Monorail ครั้งแรกในโอกินาว่า

Yui Rail เป็นรถไฟแบบ Monorail (รถไฟรางเดี่ยว) ที่เชื่อมต่อระหว่างสนามบินนาฮาถึงปราสาทชูริโดยใช้เวลาประมาณ 27 นาทีต่อเที่ยว และสถานี Naha Airport Station โดยสามารถเดินเชื่อมต่อได้โดยตรงจากอาคารผู้โดยสารภายในประเทศได้เลย เพราะนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่นี่ก็จะสามารถใช้เจ้ารถไฟนี้เดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในเมืองนาฮาได้อย่างสะดวกสบาย แถมยังมีเที่ยวรถไฟตั้งแต่เช้าตรู่โดยจะเริ่มขบวนแรกเวลา 5:48 น. ไล่ยาวไปจนถึง 23:50 น. และมีให้บริการทุกๆ 10 นาที เรียกได้ว่าสนุกสนานกันได้ทั้งวันเลยค่ะ แถมยังสามารถดูวิวสวยๆ ได้ตั้งแต่นาฮาไปจนถึงชูริด้วยนะ

ตัวอย่างการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญด้วย Yui Rail

1.ไปช็อปปิ้งที่ถนนนานาชาติ(Kokusai dori) ได้อย่างสะดวกสบาย : สถานี Kencho Mae

เดินออกมาจากสถานีที่ทางออก North ตรงไปทางสี่แยกไฟแดง พอข้ามถนนมาปุ๊บก็จะเป็นทางเข้าทิศใต้ของถนนนานาชาติ (Kokusai dori) ขึ้นชื่อว่าถนนนานาชาติแน่นอนว่าต้องเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวค่ะ ตลอดสองข้างทางเรียงรายด้วยร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกจากโอกินาว่าน่ารักๆ เต็มไปหมด สามารถกำตังค์มาช็อปกันได้แบบจุใจที่นี่!

ระยะเวลาจากสนามบินนาฮา : ประมาณ 13 นาที
ราคาจากสนามบินนาฮา : 260 เยน (ผู้ใหญ่)

2.ชมตลาดมะคิชิที่ได้ชื่อว่าเป็นครัวของโอกินาว่า : สถานี Makishi

พอออกจากสถานี Makishi จากสี่แยก Sai-on-bashi เดินเข้าถนนนานาชาติแล้วเลี้ยวซ้าย พอเข้าถนนนานาชาติให้เดินตรงไป พอถึงสี่แยก Mutsumi-bashi ให้เลี้ยวซ้ายก็จะเจอถนนหลักของตลาดมะคิชิ

ระยะเวลาจากสนามบินนาฮา : ประมาณ 16 นาที
ราคาจากสนามบินนาฮา : 300 เยน (ผู้ใหญ่)
สถานที่น่าสนใจอื่นๆ โดยรอบ : Tenbusu Naha, Kokusaidori Yataimura, HAPiNAHA, Sakurazaka, ตลาดโนเร็น, ถนนอุคิชิมะ

3.DFS Galleria Okinawa : สถานี Omoromachi

DFS Galleria Okinawa เชื่อมกับสถานี Omoromachi เป็นแหล่งรวมร้านปลอดภาษีที่มีแบรนด์ชั้นนำของโลกมากกว่า 130 ร้านเลยทีเดียว เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับทั้งคนญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ

ระยะเวลาจากสนามบินนาฮา : ประมาณ 19 นาที
ราคาจากสนามบินนาฮา : 300 เยน (ผู้ใหญ่)
สถานที่น่าสนใจอื่นๆ โดยรอบ : พิพิธภัณฑ์ประจำจังหวัดโอกินาว่าและหอศิลป์, Naha Main Place

4.ชมมรดกโลก “ปราสาทชูริ” : สถานี Shuri

จากสถานี Shuri เดินไปบนถนนทางหลวงจังหวัดหมายเลข 29 ตรงไปยังปราสาทชูริทาง เมื่อเจอสี่แยก Tonokura แล้วให้เลี้ยวซ้าย จากนั้นเดินตรงไปเรื่อยๆ จะเจอกับประตูชูริเมงที่เป็นประตูทางเข้าที่มีชื่อเสียงของปราสาทชูริ

ระยะเวลาจากสนามบินนาฮา : ประมาณ 27 นาที
ราคาจากสนามบินนาฮา : 330 เยน (ผู้ใหญ่)
สถานที่น่าสนใจอื่นๆ โดยรอบ : ทางเดินหิน Kinjo Ishidatami

4.ชิมอาหารเสียบไม้อร่อยๆ ที่ถนนสึโบยะยาจิมุนโดริ : สถานี Anasato

ระยะเวลาจากสนามบินนาฮา : ประมาณ 18 นาที
ราคาจากสนามบินนาฮา : 300 เยน (ผู้ใหญ่)
สถานที่น่าสนใจอื่นๆ โดยรอบ : Sakaecho

แนะนำการเดินทางด้วย Yui Rail Day Ticket สุดคุ้มค่า

ถ้าหากใครอยากจะใช้ Yui Rail ในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ หลายๆ ครั้ง แนะนำว่าให้ซื้อแบบเป็น Day Ticket ไปเลยดีกว่าค่ะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาซื้อตั๋วเที่ยวเดียวหลายรอบ อีกทั้งยังสามารถซื้อได้ในราคาที่คุ้มมากกกกกก! สามารถดูได้ตามด้านล่างนี้เลย

ถ้าต้องการทัวร์ในเมืองนาฮาใช้ Day Ticket นี่คุ้มแน่นอน

 

1 Day Ticket : 700 เยน (ผู้ใหญ่) 350 เยน (เด็ก)
2 Day Ticket : 1200 เยน (ผู้ใหญ่) 600 เยน (เด็ก)

เพิ่มเติม
การใช้ Day Ticket ของ Yui Rail นั้นจะเริ่มนับเวลาตั้งแต่ที่เริ่มผ่านประตูครั้งแรกและไปจบอีก 24 ชั่วโมงสำหรับ 1 Day Ticket และ 48 ชั่วโมงสำหรับ 2 Day Ticket สมมุติว่าเราใช้ไปถึงสนามบินนาฮาตอนกลางคืน เราก็สามารถใช้ Free Ticket นี้ได้เลย แล้ววันต่อมาก็ยังสามารถนำไปใช้ทัวร์รอบๆ เมืองนาฮาได้แถมยังมีส่วนลดตามสถานที่ต่างๆ ให้อีกด้วยล่ะค่ะ

ถ้าจะขึ้นทั้ง Yui Rail พร้อมกับบัส ขอแนะนำพาส Bus Monopass สุดคุ้ม!

ผู้ใหญ่ 1000 เยน (ตั้งแต่นักเรียนมัธยมต้นขึ้นไป)
เด็ก 500 เยน (นักเรียนประถม)

เพิ่มเติม
ช็อป ชิม ชิวทั่วเมืองนาฮากับ Yui Rail และ Naha Bus ได้ตลอดทั้งวัน! คุ้มค่ากับการเดินทางทั้ง 2 รูปแบบ รวมไปถึงมีส่วนลดในร้านสะดวกซื้อและร้านอาหาร
*สามารถใช้กับบัสที่บริหารโดย Naha Bus เท่านั้น กรุณาสังเกตก่อนใช้งาน

เดินทางสะดวกสบายด้วยบัตรเติมเงิน OKICA

ราคาขาย : 1000 เยน (รวมกับเงินประกัน 500 เยน)
ราคาเติม : 1000 – 30000 เยน

เพิ่มเติม
บัตรเติมเงินโดยสารที่สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายและสะดวกทั้งในสถานีรถไฟและขึ้นบัส ไม่จำเป็นต้องซื้อบัตรโดยสารแบบเป็นรายเที่ยว สามารถซื้อ OKICA ได้ที่ Yui Rail Station หรือที่จุดขายตั๋วของบัสได้เลย
*บัตรโดยสารอื่นๆ เช่น Suica, PASMO, Icoca ไม่สามารถใช้ได้ที่จังหวัดโอกินาว่า / เติมเงินได้มากสุด 10000 เยนต่อครั้ง

สำหรับ Yui Rail แล้วสามารถใช้ Group Discount และ Disabled Person Discount ได้

1.กรุ๊ปธรรมดา (15 คนขึ้นไป) ค่าโดยสารจะลด 20%
2.ผู้พิการจะได้รับยกเว้นค่าโดยสาร 50% รวมถึงผู้ดูแล (1 คนต่อ 1 ผู้ดูแล)          สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

เปิดพิกัด ฟาร์มเก็บผักและผลไม้อร่อย ๆ แบบจุใจที่โอกินาว่า

ตอนเด็ก ๆ หลายคนคงคิดฝันอยากถือตะกร้าไปเก็บผลไม้เหมือนตัวการ์ตูนโปรดในทีวี แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงเราต่างยุ่งเรื่องเรียนและไม่มีงบในการเดินทาง ทำให้สุดท้ายไม่สามารถทำได้อย่างใจฝัน… แต่ฝันนี้เป็นจริงได้ที่โอกินาว่าค่ะ!

ทุกวันนี้โอกินาว่าได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คนไทยเดินทางไปได้ง่าย นอกจากไปชมทะเลงามน้ำใสและวัฒนธรรมริวกิวแล้ว เรายังสามารถทำความฝันในวัยเด็กให้เป็นจริงได้ด้วยการไปร่วมกิจกรรมเก็บผลไม้ต่าง ๆ มาดูกันค่ะว่ามีผลไม้อะไรบ้างที่ไม่ควรพลาดเก็บหากไปเยือนโอกินาว่า

ชิควาซา

ชิควาซา

ชิควาซา เป็นส้มที่มีขนาดเล็กกลมแป้น มีเปลือกบาง ผลแก่มีเปลือกเขียวเข้มคล้ายมะนาว ผลสุกมีเปลือกสีเหลือง แม้ว่าจะมีรสเปรี้ยวมาก ๆ แต่คนโอกินาว่านิยมนำผลแก่ของส้มชนิดนี้มาใช้ปรุงแต่งรสอาหารและนำน้ำส้มมาใช้ประโยชน์มากมาย

ส้มชิควาซาเป็นส้มที่อุดมไปด้วยวิตามินซี แคโรทีน สารต้านอนุมูลอิสระและสารประกอบฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ที่มีฤทธิ์ในการต้านการเจริญของเซลล์มะเร็ง ช่วยป้องกันโรคอ้วน ช่วยควบคุมระดับไขมันผิดปกติในเลือด และช่วยป้องกันโรคตับ เป็นต้น มีคำกล่าวกันว่าส้มส้มชิควาซาเป็นหนึ่งในเคล็ดลับที่ทำให้คนโอกินาว่ามีอายุยืน

ต้นส้มชิควาซาที่ขนาดไม่สูงมากแต่มีออกผลดกเต็มต้น ซึ่งจะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้ไปเก็บเกี่ยวแน่นอน หากสนใจอยากไปชมสวนหรือเก็บส้มชิคุวาซาก็สามารถไปเยือนได้ที่ Ogimi Tourist Farm ดังที่อยู่ด้านล่างค่ะ

ชิควาซา

Ogimi Tourist Farm
ที่อยู่: 40 Nerome, Ogimi, Kunigami-gun, Okinawa
โทร: 090-6159-7171
ช่วงเวลา: เดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน และเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคมของทุกปี

สตรอว์เบอร์รี่

สตรอว์เบอร์รี่

ดินและน้ำในจังหวัดโอกินาว่าอุดมไปด้วยแร่ธาตุสำคัญหลากหลายที่ทำให้สตรอว์เบอร์รี่ที่ปลูกได้ในจังหวัดนี้มีรสชาติอร่อย หากไปโอกินาว่าก็ไม่ควรพลาดการไปเก็บสตรอว์เบอร์รี่ที่ปลูกไว้ในโรงเรือนในระดับความสูงที่เด็กเก็บได้ผู้ใหญ่เก็บดีและมีหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือกเก็บตามชอบ

ฟาร์มสตรอว์เบอร์รี่

ตัวอย่างฟาร์มสตรอว์เบอร์รี่ในโอกินาว่า

1. Chura Ichigo Nanjo House
ฟาร์มขนาดใหญ่ที่สามารถเก็บสตรอว์เบอร์รี่และทดลองทำพาร์เฟ่ต์สตรอว์เบอร์รี่ได้ด้วย
ที่อยู่: 555 Kakinohana, Tamagusuku, Nanjo, Okinawa
โทร: 090-4581-4115
ข้อมูลเพิ่มเติม: chura-ichigo.jp

2. Chura Ichigo Itoman House
ตั้งอยู่ห่างจากอนุเสาวรีย์ฮิเมยูริ (Himeyuri) ประมาณ 1 นาที
ที่อยู่: 352  Ihara, Itoman, Okinawa
โทร: 090-4341-4115
ข้อมูลเพิ่มเติม: chura-ichigo.jp

3. Ginoza Strawberry Farms
ที่อยู่: 1579-3 Ginoza, Ginoza-mura, Kunigami-gun, Okinawa
โทร: 098-968-6788

ช่วงเวลา: ตั้งแต่กลางเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม

องุ่น

องุ่น

Sakuma Grapes Garden ที่หมู่บ้านนาคิจิน ในจังหวัดโอกินาว่าเป็นสวนองุ่นที่เปิดให้เก็บองุ่นก่อนที่ใดในญี่ปุ่น โดยมีพันธุ์องุ่นผลโตไร้เมล็ดรสหวานละลายในปากพันธุ์แบล็กบีท (Black Beat) และพันธุ์ชิเกียวคุ (しぎょく) ให้เลือกตามชอบ ข้อดีของการไปเก็บองุ่นที่ฟาร์มนี้คือไม่ต้องจ่ายค่าเข้าและสามารถเก็บองุ่นพวงแรกได้ฟรี สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจต้องจองติดต่อล่วงหน้าหนึ่งวันก่อนเวลา 15.00 น.

องุ่น

Sakuma Grapes Garden
ที่อยู่: 658 Tamaki, Nakijin Village, Kunigami-gun, Okinawa
โทร: 090-9071-0983
ข้อมูลเพิ่มเติม: japawalk.com
ช่วงเวลา: ปลายเดือนมิถุนายนจนถึงกลางเดือนกรกฎาคม

มะเขือเทศ

มะเขือเทศ

ใครที่ไม่ค่อยถูกกับผลไม้หวาน ๆ แนะนำให้ลองไปเก็บมะเขือเทศสด ๆ จากต้นดูค่ะ ที่โอกินาว่าเราสามารถไปเก็บมะเขือเทศได้ที่ Bios no Oka หรือ Bios Hill ต่างจากผลไม้อื่น ๆ ที่มีช่วงเวลาออกผลสั้น มะเขือเทศที่นี่ออกลูกให้เก็บกันได้ยาว ๆ ถึงครึ่งปีเลยทีเดียว

นอกจากมะเขือเทศแล้ว ที่ Bios no Oka ยังมีให้เก็บสตรอว์เบอร์รี่ และมีกิจกรรมน่าสนุกอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ล่องเรือในทะเลสาบ, นั่งรถควายลาก และให้อาหารสัตว์ เป็นต้น ไปแค่ที่เดียวก็สนุกและได้ประสบการณ์แสนคุ้มค่า

มะเขือเทศ

Bios no Oka
ที่อยู่: 961-30 Ishikawa Kadekaru, Uruma, Okinawa
โทร: 098-965-3400
ข้อมูลเพิ่มเติม: bios-hill.co.jp
ช่วงเวลา: เดือนธันวาคมถึงเดือนมิถุนายน *ขึ้นอยู่กับการเจริญเติบโต

ทังคัง

ทังคัง

ทังคัง เป็นส้มชนิดหนึ่งที่มีขนาดใหญ่กว่าส้มแมนดารินหรือส้มมิคัง มีเปลือกหนา แต่สามารถปอกเปลือกออกได้ง่าย เนื้อส้มทังคังมีความฉ่ำและหวานมาก มีรสเปรี้ยวเล็กน้อยและมีความสมดุลของรสชาติและเนื้อสัมผัส

ช่วงการเก็บเกี่ยวส้มทังคังนั้นจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับภูมิอากาศในแต่ละปี แต่โดยทั่วไปสามารถหาส้มชนิดนี้มารับประทานได้ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมถึงต้นเดือนเมษายน หากต้องการเก็บส้มทังคังก็สามารถไปเยือนได้ที่

  1. Kuba Mikan-en ค่าเข้า 300 เยน สำหรับผู้ใหญ่และ 250 เยนสำหรับเด็ก สามารถรับประทานส้มที่สวนได้ไม่อั้นทั้งวัน แต่หากต้องการนำกลับบ้านต้องซื้อกลับในราคากิโลกรัมละ 300 เยน
  2. Nagatoro Farm ค่าเข้าสำหรับเด็กตั้งแต่ประถมศึกษาขึ้นไปและผู้ใหญ่คนละ 350 เยน สามารถรับประทานส้มที่สวนได้ไม่อั้นทั้งวัน แต่หากต้องการนำกลับบ้านต้องซื้อกลับในราคากิโลกรัมละ 400 เยน

ทังคัง

1. Kuba Mikan-en
ที่อยู่: 2785 Izumi, Motobu-cho, Kunigami-gun, Okinawa
โทร: 0980-47-3542

2. Nagatoro Farm
ที่อยู่: 768 Asahikawa, Nago, Okinawa
โทร: 0980-52-1223

ช่วงเวลา: เดือนมกราคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์

มันม่วง

 

มันม่วง หรือ เบนิอิโมะ (紅芋) เป็นมันที่มีรสหวานอ่อนและมีเนื้อสัมผัสอร่อยนุ่มคล้ายครีม นอกจากความอร่อยแล้วมันม่วงยังจัดเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารที่สูงกว่าผลไม้ตระกูลบลูเบอร์รี่ เพราะมีทั้งเส้นใยอาหารและปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าบลูเบอร์รี่ประมาณ 4 เท่า การรับประทานมันม่วงเป็นประจำจะช่วยป้องกันและลดอาการโรคหัวใจหลอดเลือด ช่วยควบคุมระดับความดันเลือด และป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้เป็นอย่างดี

มันม่วงญี่ปุ่นมีราคาถูก จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับรับประทานเป็นอาหารคุณภาพเลิศเพื่อการมีอายุยืนของชาวโอกินาว่า หากไปเยือนโอกินาว่ากิจกรรมหนึ่งที่ไม่อยากให้พลาดคือการไปเรียนรู้วิธีขุดมันม่วงและรับประทานมันม่วงให้อิ่มท้องที่ Murasakimura ที่ซึ่งมีกิจกรรมทางการเกษตรให้เรียนรู้มากมาย รวมถึงวิธีการตัดอ้อยและการทำน้ำตาลจากอ้อยด้วย

Murasakimura
ที่อยู่: 1020-1 Takashiho, Yomitan Village, Nakagami-gun, Okinawa
โทร: 098-958-1111
ช่วงเวลา: ตลอดทั้งปี

อะเซโรล่า

อะเซโรล่า

อะเซโรล่า เป็นผลไม้ที่มีลักษณะคล้ายเชอร์รี่ มีวิตามินซีในปริมาณที่สูงกว่าส้ม 30-80 เท่า มีแอลฟา แคโรทีน บีต้า แคโรทีนและแอนโธไซยานินซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ การรับประทานอะเซโรล่าเป็นประจำจะช่วยให้ผิวพรรณสวยงามผ่องใส ช่วยชะลอความแก่ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง และช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคมะเร็ง เป็นต้น          สล็อตเว็บตรง

ผลอะเซโรล่าสดจะมีรสชาติเปรี้ยวอมหวานแต่ไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน ทำให้ไม่ค่อยมีขายที่อื่นนอกจากในโอกินาว่า การไปเยือนสวนอะเซโลร่านอกจากจะสร้างความสุขแบบง่าย ๆ จากการเก็บเกี่ยวผลไม้สีสันสดใสน่ารักแล้ว ก็เป็นโอกาสดีให้เราได้รับประทานโฟรเซ่นอะเซโรล่า ซึ่งเป็นของหวานขึ้นชื่อแห่งโอกินาว่าอีกด้วย

อะเซโรล่า
ผลิตภัณฑ์จากอะเซโรล่าและโฟรเซ่นอะเซโรล่า

Acerola Fresh
ที่อยู่: 52-2 Namizato, Motobu, Kunigami District, Okinawa
โทร: 0980-47-2505
ช่วงเวลา: เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน

การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในวิธีการผ่อนคลายจากความเครียดที่ดี แต่จะดียิ่งขึ้นหากเป็นการใช้ชีวิตแบบช้า ๆ ดูวิถีชีวิตของชาวบ้าน ตลอดจนเรียนรู้วิถีชีวิตแบบเรียบง่ายของพวกเขา ซึ่งการเก็บเกี่ยวผลไม้นอกจากจะได้ความสนุกเพลิดเพลินแล้ว ยังได้เรียนรู้ว่าชาวสวนต้องใช้ทั้งแรงกายและแรงใจมากเพียงใดในการสร้างผลิตผลที่มีคุณค่าส่งให้ทุกคนได้รับประทาน เมื่อเห็นถึงจุดนี้ก็จะได้เรียนรู้ว่าในโลกนี้เราไม่ได้เหน็ดเหนื่อยอยู่คนเดียว คนอื่นก็เหนื่อยไม่แพ้เรา แต่บนความเหน็ดเหนื่อยพวกเขาก็มีความภูมิใจที่ทำให้คนอื่นมีความสุขได้ หากได้ไปโอกินาว่าก็อย่าพลาดลองไปเก็บเกี่ยวผลไม้แบบชาวไร่กันดูนะคะ

ติดตามข่าวสารการท่องเที่ยวจังหวัดโอกินาว่าได้ที่นี่
Facebook Fanpage: Visit Okinawa th
Official Website: VISIT OKINAWA JAPAN

รวมรวมข้อมูลโดยกองบ.ก. ANNGLE
เรียบเรียงเนื้อหาโดย ซากุระเมืองร้อน
ขอบคุณภาพจาก OCVB, acerola-fresh

Categories
BLOG

เพราะอะไรคนโอกินาว่าถึงนิยมกินหมู ทั้งที่เป็นจังหวัดเกาะติดทะเลแท้ ๆ

ในอดีตโอกินาว่าเคยมีเอกราชเป็นของตัวเอง ดังนั้นทั้งภาษา วัฒนธรรม รวมถึงอาหารการกินจึงค่อนข้างแตกต่างจากคนบนเกาะใหญ่ อาหารประจำท้องถิ่นที่ชาวโอกินาว่าภูมิใจนำเสนออย่าง “ราฟุเต” (หมูสามชั้นตุ๋น) ก็มีส่วนประกอบหลักคือ “เนื้อหมู” ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่มีการเลี้ยงหมูสายพันธุ์พื้นเมืองที่เรียกว่า “อากู” (Agu) เป็นหมูที่มีไขมันแทรกเป็นเส้น ๆ รสชาติอร่อย และเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศ แต่สงสัยกันไหมคะว่า ทั้ง ๆ ที่โอกินาว่าเป็นเกาะติดทะเลแท้ ๆ ทำไมผู้คนจึงนิยมรับประทานเนื้อหมูมากกว่าอาหารทะเล? วันนี้เราจะมาผู้อ่านทุกท่านไปทราบที่มาเพื่อไขข้อข้องใจกันค่ะ

 

ชาวโอกินาว่าเริ่มทานหมูตั้งแต่เมื่อไหร่

ชาวโอกินาว่าชื่นชอบการรับประทานหมูเป็นอย่างมาก จนมีคำกล่าวว่า “กินหมูหมดทุกส่วนยกเว้นเสียงร้องและกีบเท้า” วัฒนธรรมการรับประทานหมูของชาวโอกินาว่าเข้าสู่อาณาจักรริวกิวในสมัยเอโดะช่วงปี ค.ศ.1713 เนื่องจากคณะทูตสันถวไมตรีจากจีนกว่า 400 คน ได้เข้ามาพำนักชั่วคราวอยู่ที่อาณาจักรริวกิวเป็นระยะเวลาราว ๆ 8-9 เดือน จึงต้องมีการเตรียมอาหารต้อนรับ ซึ่งเนื้อหมูจัดเป็นวัตถุดิบที่จำเป็นอย่างมากในการทำอาหารจีนเพื่อรองรับคณะทูต ใน 1 วัน ต้องใช้เนื้อหมูประมาณ 20 ตัว หากรวมระยะเวลาทั้งหมด 9 เดือนนั้น จะต้องใช้หมูจำนวนมากถึง 5,000 ตัวเลยทีเดียว

หมูพันธุ์อากู

ในสมัยนั้นเนื้อหมูเป็นวัตถุดิบที่หาได้ยาก จึงมีการนำเข้าหมู และบังคับให้แต่ละหมู่บ้านเร่งเลี้ยงหมูเพื่อให้เพียงพอต่อการบริโภคของคณะทูตสันถวไมตรีจากจีน ตั้งแต่นั้นมาการเลี้ยงหมูจึงแพร่หลายไปทั่วทุกพื้นที่ในอาณาจักรริวกิว  วัฒนธรรมการรับประทานเนื้อหมูของชาวโอกินาว่าจึงไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่เกิดจากการบังคับของรัฐบาลในยุคสมัยนั้นนั่นเอง

ประท้วงเรียกร้องขอ “เนื้อหมู”

ถึงแม้ว่าในสมัยนั้นเนื้อหมูได้กลายเป็นที่นิยม เเละมีการรับประทานกันอย่างแพร่หลายในอาณาจักรริวกิว แต่ชาวเมืองก็ถูกจำกัดสิทธิ์ในการบริโภคเนื้อหมู เนื่องจากข้อจำกัดในการเลี้ยงหมูของรัฐบาล ทำให้ไม่สามารถบริโภคได้บ่อยเหมือนที่ผ่านมา ชาวเมืองและเกษตรกรที่เลี้ยงหมูเป็นอาชีพจึงเกิดความไม่พอใจ ลุกฮือขึ้นมาประท้วงโดยการหยุดงาน เพื่อเรียกร้องให้สามารถรับประทานเนื้อหมูและเลี้ยงหมูได้เหมือนเดิม

 

คงได้ไขข้อข้องใจกันไปแล้วใช่ไหมคะ ว่าวัฒนธรรมการรับประทานเนื้อหมูของชาวโอกินาว่านั้นมีที่มาอย่างไร อาหารพื้นเมืองของชาวโอกินาว่ายังมีอีกหลากหลายเมนู และมีที่มาที่น่าสนใจให้เราได้ศึกษา โอกาสหน้าเราจะมาท่านผู้อ่านไปรู้จักโอกินาว่าในมุมไหน ต้องรอติดตามนะคะ      สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

“ชิสุกุอิชิ” เมืองแห่งธรรมชาติที่สามารถเที่ยวได้ทุกฤดูกาล

หลายคนคงเคยเห็นภาพต้นซากุระที่อยู่โดดเดี่ยวกลางทุ่งหญ้ากว้าง และมีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะ เคยถูกใช้เป็นฉากหนึ่งในละครช่อง NHK ทำให้สถานที่นี้กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งวิวต้นซากุระโดดเดี่ยวนี้ อยู่ที่เมือง “ชิสุกุอิชิ” จังหวัดอิวาเตะ และวันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับสถานที่เด็ดๆ ที่หากได้มาเยือนเมืองชิสุกุอิชิแล้วห้ามพลาดเป็นอันขาด

สัมผัสธรรมชาติและสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้งที่ “ฟาร์มโคอิวาอิ”

ฟาร์มเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานกว่า 120 ปี เป็นฟาร์มเอกชนครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น สร้างขึ้นในปี 1891 ผู้ก่อตั้งคือคุณ Yoshimasa Ono (รองประธานกรรมการบริษัท Japan Railways) คุณ Yanosuke Iwasaki (ประธานบริษัท Mitsubishi Corporation) และคุณ Masaru Inoue (ผู้อำนวยการการรถไฟ) โดยชื่อฟาร์มมาจากการนำตัวอักษรคันจิตัวแรกของนามสกุลทั้ง 3 ท่านมารวมกัน ได้เป็นคำว่า “โคอิวาอิ” (Koiwai)

ภายในฟาร์มมีการทำการเกษตรแบบผสมผสาน มีโรงผลิตเนื้อวัว ไข่ นมสด และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ทำจากนม นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุก เช่น สัมผัสกับธรรมชาติ เล่นกับสัตว์ นั่งรถม้า ขี่ม้า และกิจกรรมกลางแจ้งอื่นๆ อีกมากมาย

 

 

ฟาร์มโคอิวาอิพยายามรักษาทัศนียภาพรอบๆ ฟาร์มไว้ให้คงความเป็นธรรมชาติที่สุด ในฤดูใบไม้ผลินักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับความงามของดอกไม้ ต้นซากุระโดดเดี่ยวอันมีชื่อเสียงที่กล่าวถึงในตอนต้นเองก็อยู่ในบริเวณของฟาร์มโคอิวาอิแห่งนี้ เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิก็จะได้เห็นซากุระร้อยปีต้นนี้บานสะพรั่งเคียงข้างภูเขาหิมะ ซึ่งเป็นภาพที่สื่อความหมายถึงฤดูใบไม้ผลิของอิวาเตะได้ดีเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ในฤดูใบไม้ร่วงนักท่องเที่ยวก็สามารถดื่มด่ำกับทิวทัศน์ของใบไม้เปลี่ยนสีหลากสีสัน และเมื่อฤดูหนาวมาเยือน ฟาร์มโคอิวาอิก็จะปกคลุมไปด้วยหิมะ ซึ่งทางฟาร์มมีการจัดเทศกาลหิมะ และประดับตกแต่งฟาร์มด้วยไฟสวยงาม เรียกได้ว่าไม่ว่าจะมาช่วงฤดูไหน ฟาร์มแห่งนี้ก็มีทิวทัศน์สวยๆ รอต้อนรับเราอยู่เสมอ

 

 

ดื่มด่ำความงามของฤดูใบไม้ผลิที่ “อุโมงค์ซากุระ” บริเวณแม่น้ำชิสุกุอิชิ

อุโมงค์ซากุระแห่งนี้มีต้นซากุระประมาณ 150 ต้นตั้งเรียงรายกันคล้ายอุโมงค์ทอดยาวไปบนฝั่งของแม่น้ำชิสุกุอิชิ ซากุระจะบานเต็มที่ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม และในตอนกลางคืนจะมีการฉายสปอตไลท์ให้ผู้คนได้ชมซากุระยามค่ำคืน นับเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงในการชมซากุระของเมืองชิสุกุอิชิเลยก็ว่าได้

ปลายเดือนเมษายนจะเป็นช่วงที่ซากุระแรกกำลังเริ่มผลิบานท่ามกลางหิมะ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะไม่ค่อยได้เห็น 2 ความงามนี้ (ซากุระและหิมะ) เกิดขึ้นพร้อมกัน จึงค่อนข้างได้รับความสนใจจากผู้คน ทุกๆ ปีก็จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยมาถ่ายรูปและชื่นชมความงามของซากุระและหิมะ

 

 

ชมวิวหลักล้านที่ “ทะเลสาบโกโชะ”

ทะเลสาบขนาดใหญ่ที่เงียบสงบแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นจากพื้นที่บริเวณแม่น้ำชิสุกุอิชิ โดยสร้างเป็นเขื่อนขนาด 640 เฮกเตอร์ บริเวณรอบๆ สามารถมองเห็นวิวภูเขาต่างๆ และในฤดูหนาวจะมีฝูงหงส์มาอยู่ที่นี่ ถือเป็นแหล่งน้ำที่มีธรรมชาติสมบูรณ์แห่งหนึ่งเลยทีเดียว นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับทัศนียภาพของธรรมชาติที่บริสุทธิ์ เพลิดเพลิดกับความงามและเสน่ห์ที่แตกต่างตามฤดูกาล

 

 

ผ่อนคลายด้วยการแช่ออนเซ็นที่ “ฮานะโนะยุ”

จังหวัดอิวาเตะถือเป็นสวรรค์ของน้ำพุร้อนหรือออนเซ็น และชิสุกุอิชิก็เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องน้ำพุร้อนอีกเมืองหนึ่ง น้ำพุร้อนที่อยู่ในเมืองชิสุกุอิชิได้ถูกค้นพบเมื่อประมาณ 1,300 ปีก่อน ซึ่งแต่ละที่ต่างก็มีประวัติมายาวนาน ส่วนประกอบของน้ำพุร้อนจะแตกต่างกันตามแต่ละสถานที่ บริเวณรอบๆ ทะเลสาบโกโชะมีที่พักแบบเรียวกังขนาดใหญ่และรีสอร์ทจำนวนมาก

 

เรียวกังที่เราจะแนะนำในครั้งนี้คือ “ฮานะโนะยุ” สามารถมองเห็นวิวทะเลสาบและภูเขาอิวาเตะได้จากออนเซ็น การได้แช่ออนเซ็นไปพร้อมๆ กับดื่มด่ำความงามของทะเลสาบและภูเขา ถือเป็นการผ่อนคลายที่ดีเลยทีเดียว น้ำพุร้อนของที่นี่มีความเป็นด่างอ่อนๆ มีกลิ่นของซัลเฟอร์สีเหลืองเล็กน้อย ช่วยขจัดเคราตินเก่าของผิว ส่งเสริมการเผาผลาญของผิวหนัง และทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยบรรเทาอาการปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ และรักษาผื่นแพ้ได้อีกด้วย ที่สำคัญคือปลอดภัยต่อเด็กและผู้สูงอายุที่มีความต้านทานต่ำ

กิจกรรมสุดฮิตในฤดูหนาวที่ “ลานสกีชิสุกุอิชิ”

ลานสกีที่สามารถมองเห็นภูเขาอิวาเตะ และรอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ มีพื้นที่เล่นสกีระยะทางยาวที่สุด 4,500 เมตร ในปี 1993 เคยเป็นสถานที่จัดการแข่งขัน Alpine Ski ชิงแชมป์โลก ด้วยความพร้อมในด้านต่างๆ ที่นี่จึงมีการจัดหลักสูตรสอนเล่นสกีอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่หลักสูตรเริ่มต้นไปจนถึงหลักสูตรขั้นสูง ซึ่งมีลานสกีเพียงไม่กี่แห่งในญี่ปุ่นที่จะทำแบบนี้ได้ และด้วยเหตุนี้จึงทำให้ที่นี่กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่จะถูกเลือกใช้เป็นสนามแข่งขันสกีระดับประเทศ ลานสกีชิสุกุอิชิมีกิจกรรมมากมาย ที่ผู้ใหญ่และเด็กสามารถเพลิดเพลินได้ ทั้งการสอนเล่นสกีที่มีถึง 11 หลักสูตร  รวมถึงมีร้านอาหาร และออนเซ็นให้บริการอีกด้วย

 

ของฝากจากเมืองชิสุกุอิชิ

ผลิตภัณฑ์นมวัวจากฟาร์มโคอิวาอิ

นมสดจากฟาร์มโคอิวาอิที่ผ่านการพาสเจอร์ไรส์แล้ว จะถูกแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นมต่าง ๆ เช่น ชีส นมเปรี้ยว โยเกิร์ต เป็นต้น ด้วยกระบวนการผลิตที่พัฒนามาเรื่อยๆ กว่า 100 ปี และการใช้วัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพ ทำให้ผลิตภัณฑ์จากฟาร์มโคอิวาอิมีชื่อเสียงไปทั่วประเทศ เรื่องความอร่อยนั้นไม่ต้องกังวลเลย หากซื้อติดไม้ติดมือกลับมาฝากคนที่บ้าน รับรองว่าถูกใจแน่นอน

 

 

เครื่องประดับเหล็ก “Nanbutanzou”

เครื่องประดับพื้นเมืองของจังหวัดอิวาเตะ ผลิตด้วยเทคนิคและกรรมวิธีดั้งเดิม โดยตีเหล็กขึ้นเป็นรูปทรงแล้วใช้พู่กันลงลวดลายสวยงาม ซึ่งกระบวนการทั้งหมดทำด้วยมืออย่างประณีต จึงออกมาเป็นเครื่องประดับที่มีคุณภาพสูงและทรงคุณค่า 

ชิสุกุอิชิเป็นเมืองที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ หากใครต้องการไปเที่ยวเพื่อผ่อนคลาย ที่นี่เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เราสามารถเพลิดเพลินกับธรรมชาติได้ตลอดทั้งสี่ฤดูกาล รับรองว่าไปเมื่อไหร่ก็ไม่ผิดหวังแน่นอน    สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

แจกแพลนเที่ยว อะคิตะ-อาโอโมริ 5 วัน ด้วยรถไฟ JR ถ่ายรูปสวย กินดี เที่ยวสบาย

โทโฮคุเป็นภูมิภาคหนึ่งของญี่ปุ่นที่อยู่ค่อนไปทางเหนือ(อยู่ใต้ฮอกไกโดลงมานิดเดียว) ประกอบด้วย 6 จังหวัดได้แก่ จังหวัดอะโอโมริ, จังหวัดอิวะเตะ, จังหวัดมิยะงิ, จังหวัดอะคิตะ, จังหวัดยะมะงะตะ และจังหวัดฟุคุชิมะ ภูมิภาคนี้อาจยังไม่คุ้นหูสำหรับหลายๆ คนมากนัก แต่ดินแดนแห่งนี้มีมุมธรรมชาติและสีสันของวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่น่าค้นหาซ่อนอยู่ ถ้าเพื่อนๆ เป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาภาพความประทับใจใหม่ๆ ในญี่ปุ่น เก็บกระเป๋าแล้วตาม ANNGLE กับน้องอะคิตะไกด์ประจำทริปนี้ไปเที่ยวโทโฮคุตอนเหนือ อะคิตะ-อาโอโมริกันเลยค่ะ!

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผม “อะคิตะ” นะครับ ผมเป็นสุนัขมาจากจังหวัดอะคิตะครับ ผมได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางธรรมชาติด้วยนะ เก๋มั้ยละ ยังไงก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ ถ้าพร้อมแล้วตามผมไปตะลุยโทโฮคุกันนะคร้าบบ          สล็อตเว็บตรง

แพลนเที่ยว อะคิตะ-อาโอโมริ 5 วัน ด้วยรถไฟ JR ถ่ายรูปสวย กินดี เที่ยวสบาย

akita aomori plan map
แผนที่เส้นทางของทริปอะคิตะ-อาโอโมริ

สำหรับทริปนี้จะเป็นทริปเที่ยวโทโฮคุตอนเหนือในพื้นที่จังหวัดอะคิตะและอาโอโมริในช่วงกลางปีจนถึงต้นฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศเหมาะกับการออกผจญภัยไปรอบๆ โทโฮคุ เพราะอากาศไม่ร้อนมาก อุณภูมิสูงสุดไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ประมาณ 18-19 องศาเซลเซียส สภาพอากาศเหมาะมากสำหรับคนขี้หนาวและคนที่ไม่ชอบร้อน นอกจากนี้ช่วงฤดูร้อนนี้ยังเป็นช่วงของเทศกาลเนบูตะ เทศกาลโคมไฟขนาดยักษ์ที่อลังการที่สุดในประเทศด้วย! สำหรับการเดินทางในทริปนี้เราจะพาเพื่อนๆ เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะของญี่ปุ่นทั้งรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็น รถบัส และเดิน55 มีไฮไลท์เด็ดอยู่ที่รถไฟนั่งชมวิว Resort Shirakami ที่เพื่อนๆ จะได้พบกับวิวทะเล ภูเขาและธรรมชาติสองข้างทางที่อาจทำให้ประทับใจจนลืมเวลาไปเลยก็ได้ นอกจากนี้ยังจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรม, ธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์และของอร่อยของโทโฮคุอีกด้วย!

เริ่มออกเดินทาง

Day 1

—START—

Tohoku Shinkansen 3 ชั่วโมง 5 นาที 
Tokyo Station → Kakunodate Station

SPOT 1 : เมืองเก่า “คาคุโนะดาเตะ” เมืองเกียวโตน้อยแห่งโทโฮคุ

Kakunodate in Summer

เริ่มทริปกันที่คาคุโนะดาเตะ เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดอะคิตะที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายเสน่ห์ของเมืองเก่าจนมีฉายาว่า “เมืองเกียวโตน้อยแห่งโทโฮคุ” ทันทีที่ก้าวลงจากรถไฟและเข้ามาในเมือง ทั้งเมืองคาคุโนะดาเตะจะกลายร่างเป็นไทมแมชชีนที่พาเพื่อนๆ ย้อนยุคกลับไปยังวันวานที่ของยุคสมัยแห่งซามูไรทีเดียว

ชิดาเระซากุระ คาคุโนดาเตะ

นอกจากเสน่ห์ในฐานะเมืองเก่าแล้ว คาคุโนะดาเตะยังติดอันดับ 3 จุดชมซากุระที่สวยงามที่สุดในโทโฮคุอีกด้วย ซึ่งไฮไลท์ของซากุระแห่งคาคุโนะดาเตะมีทั้งวิวชิดาเระซากุระที่ขึ้นอยู่ตามคฤหาสน์ซามูไรในเมืองคาคุโนะดาเตะ และวิวของโซเมโยชิโนะซากุระที่เรียงสง่าตลอดฝั่งแม่น้ำฮิโนกิไนกาวา โดยทั้งสองวิวนี้เป็นวิวที่ห้ามพลาดสำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังค้นหาเสน่ห์ฤดูใบไม้ผลิแห่งโทโฮคุ

kakunodate

อะคิตะคุง
อะคิตะคุง
เพื่อนๆ รู้ไหมครับ? ที่นี่มีอินานิวะอุด้ง หนึ่งในอุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่นให้ชิมด้วยนะ!
อินานิวะอุด้ง (稲庭うどん)

“อินานิวะอุด้ง (稲庭うどん)”  ของดีจังหวัดอะคิตะ เป็นอุด้งที่ติดอันดับ 3 อุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่น มีเส้นบางกว่าอุด้งทั่วไป มีประวัติยาวนานมากกว่า 300 ปี อะคิตะคุงการันตีความอร่อย!

inaniwa udon

Akita Shinkansen 58 นาที
Kakunodate Station → Akita Station

คืนนี้ค้างแถวนี้: Akita Station

สถานี Akita เป็นสถานีรถไฟของ JR East ที่ตั้งอยู่ ณ ใจกลางเมืองอะคิตะ ครบครันด้วยห้างสรรพสินค้าอย่าง Topico สวนสาธารณะ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ ศูนย์สุนัขพันธุ์อะคิตะให้เราได้พบปะกับน้องสุนัขอะคิตะน่ารัก และโรงแรมที่พักมากมายให้เลือกพักได้ โดยที่พักหนึ่งที่แนะนำคือ Nakadori Onsen Komachi ที่พักใกล้สถานี Akita ในเครือ Dormy Inn ระดับ 3 ดาวราคาสบายกระเป๋า เริ่มต้นที่คืนละ 5,000 เยนพร้อมอาหารเช้า ออนเซ็น และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย!

Day 2

—START—

เริ่มวันกันด้วยการนั่งรถไฟชมวิวกับ Resort Shirakami!

รถไฟที่พวกเราจะนั่งกันเช้าวันนี้ไม่ใช่รถไฟธรรมดา แต่เป็นรถไฟ Resort Shirakami รถไฟท่องเที่ยวขบวนเร็วพิเศษที่วิ่งบนทางรถไฟสายโกโน (Gono Line) และเป็นขบวนรถไฟสายท้องถิ่นที่ได้รับความนิยมจากคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยว เพราะตลอดเส้นทางเราจะได้เห็นวิวทะเลญี่ปุ่น เทือกเขาชิราคามิที่เป็นมรดกโลก และอีกหลายวิวสวยงามที่แค่ได้นั่งรถไฟผ่านก็รู้สึกว่าได้เริ่มต้นการเดินทางดีๆ แล้ว!

อะคิตะคุง
อะคิตะคุง
ลองมาชมบรรยากาศบนรถ Resort Shirakami ที่จะมานิยามความสนุกของการนั่งรถไฟเที่ยวกันครับ!

resort shirakami banner

Resort Shirakami 2 ชั่วโมง 20 นาที 
Akita Station → WeSPa Tsubakiyama Station
Shuttle Bus 5 นาที 
WeSPa Tsubakiyama Station → Furoufushi Onsen

SPOT 2 : “Furoufushi Onsen” ออนเซ็นอายุวัฒนะของญี่ปุ่น

Furoufushi Onsen

Furoufushi Onsen (不老不死温泉) ออนเซ็นธรรมชาติติดทะเลที่ชื่อสามารถแปลได้ตรงตัวว่า “ออนเซ็นที่แช่แล้วไม่แก่เฒ่าไม่ตาย” กล่าวคือเป็นออนเซ็นที่แช่แล้วสุขภาพดีอายุยืนนั่นเอง นอกจากจะแช่เพื่อสุขภาพได้แล้ว ที่นี่ครบครันเรื่องความสะดวกสบายด้วยที่พักเรียวกังและบริการอาหารทะเลสดใหม่ เป็นสถานที่ห้ามพลาดสำหรับคนรักออนเซ็นทีเดียว!

อะคิตะคุง
อะคิตะคุง
รู้ไหมครับ? Furoufushi Onsen เป็นออนเซ็นที่ติดอันดับ 100 จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดของญี่ปุ่นอีกด้วย! ได้แช่ออนเซ็นพลางชมวิวพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าปลายทะเล สวยกว่านี้ไม่มีแล้วครับ!

furoufushi onsen banner

คืนนี้ค้างแถวนี้: Hirosaki Station

สถานี Hirosaki เป็นสถานีรถไฟที่มีร้านอาหารท้องถิ่นอยู่ใกล้ๆ และมีห้างสรรพสินค้า Ito-Yokado Hirosaki ให้เลือกช้อปสินค้าได้ในราคาถูก ใกล้ๆ สถานีมีโรงแรม Art Hotel Hirosaki City โรงแรมทำเลใกล้ร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อ พร้อมบริการสะดวกสบาย และวิวเมืองฮิโรซากิสวยงาม

Day 3

—START—

Tamenobu-go Bus 40 นาที 
Hirosaki Station → Hirosaki Apple Park

SPOT 3 : เก็บแอปเปิ้ลที่อร่อยที่สุดในญี่ปุ่นที่ “Hirosaki Apple Park”

apple picking

Hirosaki Apple Park เป็นสวนแอปเปิ้ลที่มีต้นแอปเปิ้ลกว่า 65 สายพันธุ์ รวมแล้วมากกว่า 1,300 ต้น ที่นี่นอกจากเพื่อนๆ จะได้สัมผัสประสบการณ์การเก็บแอปเปิ้ลจากต้นเองกับมือแล้ว ยังจะได้มีส่วนร่วมในกระบวนการผลิต เช่น แยกแอปเปิ้ลใส่ถุง ริดใบออก ฯลฯ และยังสามารถเดินสำรวจไร่แอปเปิ้ลได้อย่างอิสระอีกด้วย

apple aomori banner

Tamenobu-go Bus 40 นาที 
Hirosaki Apple Park → Hirosaki Station
Dotemachi Loop Bus 15 นาที 
Hirosaki Station → Hirosaki Park

SPOT 4 : เยือนปราสาทแห่งเดียวในโทโฮคุที่มีมาตั้งแต่เอโดะ ณ “สวนสาธารณะฮิโรซากิ”

hirosaki
Photo by Outside the Room

สวนสาธารณะฮิโรซากิ (弘前公園) เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ภายในมีหอคอยยากุระ สวนพฤกษชาติ สะพานขนาดใหญ่ และคูน้ำที่สามารถลงไปพายเรือชมสวนได้ นอกจากนี้ยังมีปราสาทฮิโรซากิ ปราสาทแห่งเดียวในโทโฮคุที่ยังคงหลงเหลือจากสมัยเอโดะมาจนถึงปัจจุบันและยังเป็นสัญลักษณ์ของเมืองฮิโรซากิอีกด้วย

hirosaki park banner

JR Ou Line 48 นาที 
Hirosaki Park → Aomori Station

คืนนี้ค้างแถวนี้: Aomori Station

สถานี Aomori เป็นสถานีรถไฟใกล้ทะเล มีห้างสรรพสินค้า LOVINA ในอาคารของสถานีให้ซื้อของและหาของอร่อยเป็นมื้อเย็นได้ ถัดออกไปมีย่านโรงแรมและที่พักใกล้สถานีให้เลือกมากมาย เช่น Toyoko Inn Aomori Station Front โรงแรมที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟและเห็นวิวทะเลอ่าวอาโอโมริในงบเริ่มต้นคืนละ 7,500 เยน

อะคิตะคุง
อะคิตะคุง
สำหรับใครที่ยังอยากแช่ออนเซ็นอีก เพียงเดิน 8 นาทีจากสถานีก็มี Aomori Machinaka Onsen ออนเซ็นที่มีบ่อน้ำหลายบ่อให้เลือกแช่ได้ตามชอบในราคาย่อมเยานะครับ!

Day4

—START—

JR Bus Mizuumi-Go 2 ชั่วโมง
Aomori Eki Mae Bus Stop → Oirase Gorge

SPOT 5 : ดื่มด่ำกับธรรมชาติที่สวยราวภาพวาดที่ “ลำธารโออิราเสะ”

ลำธารโออิราเสะในฤดูร้อน

ลำธารโออิราเสะ เป็นหนึ่งในจุดชมวิวธรรมชาติที่สวยงามที่สุดของญี่ปุ่น ในช่วงฤดูร้อนที่นี่จะเป็นเส้นทางเดินป่าที่ร่มรื่นชนิดแค่ได้ลงไปเดินซึมซับบรรยากาศของธรรมชาติก็มีความสุขแล้ว และในฤดูใบไม้ร่วง ป่าที่เปลี่ยนเป็นสีแดงและทองของฤดูกาลจะทำให้ป่าตามลำธารดูสวยงามราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดทีเดียว

เดิน / นั่งรถบัส 
Oirase Gorge → Lake Towada

SPOT 6 : ชมวิวอลังการราวกับกระจกธรรมชาติขนาดยักษ์ ที่ “ทะเลสาบโทวาดะ”

Lake Towada

ทะเลสาบโทวาดะเป็นทะเลสาบที่มีชื่อเสียงเรื่องทิวทัศทัศน์ที่สวยงาม และยังเป็นทะเลสาบที่ลึกเป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น ด้วยภูเขาที่ล้อมรอบและผืนน้ำกว้างที่ดูเหมือนกระจกสะท้อนภาพท้องฟ้าขนาดยักษ์ ทำให้ทะเลสาบโทวาดะเป็นจุดท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวโทโฮคุ

อะคิตะคุง
อะคิตะคุง
นอกจากเดินชมธรรมชาติสวยงามรอบๆ ทะเลสาบแล้ว เพื่อนๆ ยังสามารถใช้บริการเรือเป็ดเพื่อสนุกกับกิจกรรม หรืออร่อยกับอาหารและปลาที่ได้จากทะเลสาบด้วยนะครับ!

oirase towada banner

JR Bus Mizuumi-Go 2 ชั่วโมง
Lake Towada → Aomori Station

คืนนี้กลับมาค้างแถว Aomori Station

อะคิตะคุง
อะคิตะคุง
คืนนี้เรากลับมาค้างกันที่ Aomori Station นะครับ! เพื่อนๆ ที่ยังอยากเดินเล่นอีก สามารถไปแถวๆ Nebuta Museum Warasse เพื่อไปชมวิวสะพานและอ่าวอาโอโมริยามค่ำคืนได้ครับ!

Day 5

—START—

เดิน 2 นาที 
Aomori Station → A-FACTORY

SPOT 7 : ช้อปของดีจังหวัดอาโอโมริที่ “A-FACTORY”

Photo by A-FACTORY
Photo by A-FACTORY

A-FACTORY ห้าง Duty-Free ที่ถูกจัดให้ดูเหมือนตลาดแบบ Local ข้างในมีผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของจังหวัดอาโอโมริมากมายให้เลือกซื้อกลับไปเป็นของฝาก รวมถึงผลิตภัณฑ์จากแอปเปิ้ลที่เป็นของดีประจำจังหวัดอาโอโมริอีกด้วย

A-FACTORY

 

ที่ตั้ง: 1-4-2 Yanagikawa Aomori-shi Aomori
การเดินทาง: เดิน 1 นาทีจากสถานี JR Aomori
เวลาทำการ
โซนร้านค้า: 9:00-20:00 น.
ร้านอาหารชั้น 1: 11.00-20.00 น.
ร้านอาหารชั้น 2: 11.00-21.00 น.
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น): www.jre-abc.com

เดิน 2 นาที 
A-FACTORY → Nebuta Museum WARASSE

SPOT 8 : สัมผัสมนต์ขลังของเทศกาลโคมไฟยักษ์ที่ “Nebuta Museum WARASSE”

Nebuta Museum Warasse

ทิ้งท้ายทริปกันด้วยพิพิธภัณฑ์ Nebuta Museum WARASSE พิพิธภัณฑ์สำหรับจัดแสดงโคมไฟในเทศกาลเนบูตะ (ねぶた祭) เทศกาลใหญ่ประจำฤดูร้อนของจังหวัดอาโอโมริและภูมิภาคโทโฮคุ ตัวอาคารถูกออกแบบให้ดูเหมือนม่านละครเวทีของญี่ปุ่น ภายในมีนิทรรศการเกี่ยวกับเทศกาลและโคมไฟที่ถูกใช้จริงจากงานเทศกาลปีก่อนๆ จัดแสดงอยู่

อะคิตะคุง
อะคิตะคุง
ที่นี่มีโชว์ระบำและดนตรีพื้นเมืองจากเทศกาล ให้ทุกคนที่มาได้สัมผัสกับมนต์ขลังของเทศกาลเนบูตะได้ราวกับได้ไปงานเทศกาลจริงๆ ด้วยนะ!

nebuta banner

เดิน 2 นาที 
Nebuta Museum WARASSE → Aomori Station
JR Ou Line 5 นาที 
Aomori Station → Shin-Aomori Station

บ๊ายบายโทโฮคุ!

Shin Aomori Station
อะคิตะคุง
อะคิตะคุง
พอมาถึงสถานี Shin-Aomori กันแล้ว พวกเราจะนั่งชินกันเซนสาย Tohoku-Hokkaido กลับสนามบินกันครับ! นับว่าพวกเราจะออกจากโทโฮคุกันแล้วนะครับ!
Tohoku Hokkaido Shinkansen 3 ชั่วโมง 12 นาที 
Shin-Aomori Station → Tokyo Station

ขอบคุณที่มาเที่ยวโทโฮคุด้วยกันกับเรา!

อะคิตะคุง
อะคิตะคุง
กลับมาถึงจุดเริ่มต้นของการเดินทางของเราในครั้งนี้กันแล้วนะครับ!
อะคิตะคุง
อะคิตะคุง
ถึงจะเป็นทริปสั้นๆ เพียง 5 วัน แต่อะคิตะขอบคุณเพื่อนๆ ที่มาตะลุยโทโฮคุตอนเหนือไปด้วยกันนะครับ! ไว้โอกาสหน้ามาเยี่ยมโทโฮคุกันนะคร้าบ!

ANNGLE เองก็ขอขอบคุณน้องอะคิตะคุงมากๆ นะคะที่มาเป็นไกด์นำเที่ยวครั้งนี้ สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากลองตะลุยโทโฮคุดินแดนเหนือสุดของเกาะฮอนชูญี่ปุ่น สามารถมาเที่ยวตามรอย ANNGLE และน้องอะคิตะกันได้นะคะ!

ให้ทริปโทโฮคุง่ายขึ้น! ด้วย JR EAST PASS (Tohoku Area)

JR EAST PASS (Tohoku Area) เป็นตั๋วประเภท Pass จาก JR East ที่จะมาปลดล็อคให้การเดินทางในโทโฮคุง่ายขึ้น เพียงจองตั๋วออนไลน์แล้วมารับตั๋วที่ญี่ปุ่น เพื่อนๆ ก็สามารถเดินทางไปเที่ยวสถานที่ไฮไลท์ต่างๆ ในโทโฮคุได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการซื้อตั๋วอื่นเพิ่ม และยังสามารถนั่งชินกันเซนและรถไฟ Joyful Train อย่าง Resort Shirakami เพื่อเพิ่มสีสันให้กับทริปได้อีกด้วย!

ถ้าเพื่อนๆ ซื้อ JR EAST PASS ทางออนไลน์ก่อนเดินทางมาญี่ปุ่น เพื่อนๆ จะได้รับส่วนลดค่าตั๋ว 5% อีกด้วยนะคะ! ซึ่งสำหรับทริปอะคิตะ-อาโอโมริแบบนี้ก็ต้อง JR EAST PASS (Tohoku Area) เลยค่ะ!
ANNGLE
ANNGLE
ถ้าเพื่อนๆ มีตั๋ว JR Pass อย่าง JR EAST PASS ด้วยล่ะก็ เพื่อนๆ สามารถจองที่นั่งแบบระบุที่นั่งบนชินกันเซนหรือ Joyful Train แบบออนไลน์ได้ฟรี! แต่ต้องจองล่วงหน้า 1 เดือนนะคะ!